[Drama] 元 カレ~My Ex-Boyfriend~
posted on 15 Nov 2008 03:03 by tanok in Dramaได้ฤกษ์หยิบเรื่องนี้ขึ้นมาดูหลังจากดองเอาไว้ซะนาน
ที่จริงเริ่มดูตอนแรกเมื่อสองปีก่อน แต่ก็ดูๆหยุดๆไปไม่เหมือนเรื่อง Summer Snow
เรื่องนั้นนับว่าตะน็อคทำสถิติ ดูจบได้ภายในเวลาหนึ่งปี (นี่อย่างเร็วแล้วนะเนี่ย...
)
สาเหตุที่ดองเรื่องนี้ไว้นาน เพราะรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ควรค่าแก่การซึมซับเนื้อหาในหลายๆความหมาย
ไม่ว่าจะเป็นด้านสังคม, การทำงาน, ความสัมพันธ์ของครอบครัว ตลอดจนความรัก
ถึงแม้เรื่องนี้จะนำแสดงด้วยคู่โปรดของตะน็อค อย่างโดโมโตะ สึโยชิ และ ฮิโรสุเอะ เรียวโกะก็ตาม
เนื่องด้วยแง่งาม(และความยากของเนื้อหา)ทำให้ตะน็อคต้องใช้เวลาในการดูพอดูทีเดียวล่ะ
เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นด้วยการท้าวความถึงฤดูร้อนอันแสนสดใสของชายหนุ่มหญิงสาวคู่หนึ่ง
คาชิวาบะ โทจิ(โดโมโตะ สึโยชิ)และซากาเอะ มาโกโตะ(ฮิโรสุเอะ เรียวโกะ)ซึ่งกำลังจะเรียนจบมหาวิทยาลัย
ทั้งคู่ได้ไปเที่ยวทะเลด้วยกัน ก่อนที่จะต้องแยกทางกันหลังจากนั้นไม่นาน เมื่อมาโกโตะเป็นฝ่ายขอเลิกและหายตัวไปจากชีวิตของโทจิ
โทจิใช้เวลารักษาแผลใจอยู่นาน ก่อนจะตั้งตัวได้เมื่อเข้าทำงานในแผนกอาหารของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง เขาได้พบกับฮายาคาวะ นาโอะ(อุจิยามะ รินะ) พนักงานกดลิฟท์ของห้างเดียวกัน และทั้งคู่ก็กลายเป็นคนรักกันในที่สุด
งานของโทจิไม่ใช่เรื่องง่าย สารพัดสารพันปัญหาเรียงหน้าเข้ามาให้เขาต้องประสบ รวมไปถึงปัญหาในที่ทำงานซึ่งมาจากหัวหน้าจอมเฮียบ และเพื่อนร่วมงานที่ก่อเรื่องให้ไม่หยุดหย่อน
กระนั้นก็ดี...โทจิก็ยังพยายามเต็มที่ๆจะทำงานของตัวเองให้ดีที่สุด และพยายามฝ่าฟันอุปสรรคเหล่านั้นอย่างไม่ยอมแพ้ รวมถึงการรักษาความสัมพันธ์กับนาโอะซึ่งเป็นแฟนอย่างดีด้วย
ทุกอย่างในชีวิตของโทจิเหมือนจะดำเนินไปได้อย่างราบรื่น จนถึงวันที่ผู้ดูแลคนใหม่จากเอเจนซี่โฆษณามาทักทายที่แผนกของโทจิ เพราะใครคนนั้นก็คือมาโกโตะ อดีตคนรักของโทจินั่นเอง...
ย่อเรื่องไว้ให้แค่นี้ เพราะไม่อยากสปอยล์คนที่สนใจจะไปหาเรื่องนี้มาดูนะคับ
ขอบอกว่าเรื่องนี้เล่าไปก็เท่านั้น สมควรดูเองแล้วท่านจะรู้ว่าสภาพการทำงานในสังคมญี่ปุ่นนั้นเป็นอย่างไร
อย่างแรก...สะท้อนให้เห็นสุดๆว่าในสังคมการทำงานของเขานั้น ยากที่ผู้หญิงจะได้รับการยอมรับ
โดยเฉพาะผู้หญิงที่คิดจะก้าวเข้าสู่การทำงานระดับมันสมองของบริษัท
คนส่วนใหญ่ยังเห็นผู้หญิงเป็นได้แค่สาว OL ทำหน้าที่ชงชา ถ่ายเอกสาร หรืองานประสานงานง่ายๆ
ผู้คนบางส่วนยังเชื่อว่าผู้หญิงจะก้าวไปข้างหน้าได้ก็ต้องมีแบคอัพเป็นผู้ชายคอยช่วยเหลือ
ถ้าผู้หญิงคนไหนก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ส่วนใหญ่คนจะตีความว่าได้ดีเพราะใช้ความเป็นผู้หญิงเข้าช่วย
ยิ่งถ้าสนิทกับคนระดับหัวหน้า ยิ่งถูกคนเพ่งเล็งในแง่ชู้สาว...
ดังนั้นผู้หญิงที่ทั้งเก่งและสวยอย่างมาโกโตะจึงไม่รอดข่าวลือในทำนองนี้เช่นกัน
นอกจากนี้...เวลาไปสังสรรค์กับลูกค้าหรืองานเลี้ยงบริษัท ผู้หญิงก็มักจะเสี่ยงต่อการโดนล่วงเกิน
ไม่ว่าจะด้วยทางการกระทำ(เช่นจับมือ,โอบไหล่ฯลฯ)หรือทางวาจา...
อย่าคิดว่าไม่มีจริง เพราะตะน็อคเคยเจอมากับตัว...ทำเอาการไปญี่ปุ่นครั้งนั้นเซ็งกึ่มไปเยอะ
ไม่ได้โดนพวกข่าวลือหรอก...ตะน็อคไม่สวยอย่างมาโกโตะ
แค่โดนลุงญี่ปุ่นลวนลามจับมือ ลูบมือ แล้วก็โอบนิดๆ รวมทั้งใช้วาจาแบบหมาหยอกไก่
หนุ่มๆชาวไทยที่ไปด้วยก็มัวแต่เกี้ยวสาว...ไม่ก็เมาแอ๋ซะงั้น
ได้แต่ปลอบใจตัวเองว่าชาติที่แล้วอาจจะเคยลวนลามลุงเอาไว้ ชาตินี้ลุงเลยตามมาเอาคืนก็เป็นได้...
ในด้านความสัมพันธ์...
คู่ที่ทำให้ตะน็อคประทับใจที่สุด ไม่ใช่คู่พระคู่นางไหนๆในเรื่องนี้เลย
แต่เป็นคู่คุณพ่อกับคุณแม่ของโทจิ ที่เกือบจะได้หย่าร้างกันซะแล้วเพราะเรื่องเล็กๆน้อย
แต่รู้ไหมว่าเรื่องเล็กๆน้อยๆนี่ล่ะ จริงๆแล้วเป็นเรื่องที่สำคัญมากทีเดียว
อย่างในเรื่องนี้คุณแม่ของโทจิกลับไปบ้านเดิมของตัวเองและคิดจะหย่า เพียงเพราะสามีของเธอเขียนชื่อเธอผิด
อ่านแล้วเหมือนจะเป็นเรื่องเล็กๆ แต่สำหรับเธอแล้วนั่นแสดงถึงความใส่ใจของอีกฝ่าย
ถ้าดูเรื่องนี้มาตลอดจะเห็นว่าคุณพ่อของโทจิเป็นผู้ชายที่ปากร้ายไม่เบา และไม่เคยจะพูดดีๆกับภรรยาตัวเอง
ดังนั้นในตอนที่คุณแม่ของโทจิพูดว่า
"แต่งงานกันมายี่สิบกว่าปี แม่เห็นว่าพ่อของลูกเป็นคนที่เอาจริงเอาจังและถึงจะพูดจาร้ายๆแบบนั้น แต่พ่อเขาก็เห็นความสำคัญของแม่... แต่ว่าไม่ไหวหรอกนะ ถ้าจะต้องอยู่กันไปแบบนี้อีกห้าปีสิบปี โดยไม่มีคำพูดอ่อนโยนให้กันเลย"
ความรักก็เหมือนดอกไม้...ถ้าขาดการเอาใจใส่ดูแลรักษา ขาดการทะนุถนอม...สักวันก็คงจะโรย
เรื่องราวดำเนินมาถึงตอนที่คุณพ่อของโทจิไปตามภรรยาถึงบ้านเกิด ตอนแรกก็ยังคงวางฟอร์มไม่ยอมง้อ แถมพูดทำนองว่ายังไงเธอก็คงไม่คิดจะหย่าใช่ไหมล่ะ คุณแม่ของโทจิจึงเดินไปหยิบใบหย่าออกมาส่งให้ ในใบหย่าลงชื่อพร้อมประทับตราในส่วนของเธอไว้เรียบร้อย เหลือแต่ส่วนของสามีเธอเท่านั้น
"ขาดแค่ส่วนของคุณเท่านั้น...ฉันอยากจะคิดถึงอนาคตของตัวเองอย่างจริงจังเสียที"
เช้าวันรุ่งขึ้น...บ้านคาชิวาบะต้อนรับยามเช้าด้วยเสียงสดใสของคุณแม่โทจิ เธอยอมคืนดีกับสามีด้วยคำพูดของเขาเพียงประโยคเดียว
"จากนี้ไป...จะให้ความสำคัญกับเธอ"
คำพูดอ่อนโยนครั้งแรกจากสามีที่เธอรอคอยมากว่ายี่สิบปี...
ที่จริงเรื่องนี้ยังมีความรักในแง่มุมต่างๆอยู่อีกมาก ไม่ว่าจะเป็นความรักที่ขาดความมั่นใจของโทรุ...เพื่อนโทจิ
ความรักของฮิโรเอะที่จริงจังและมุ่งมั่น ความรักของยูจิที่ซื่อตรงกับความรู้สึกของตัวเองและพร้อมจะวิ่งเข้าชน
รวมทั้งความรักของโทจิ, มาโกโตะ และนาโอะซึ่งนำไปสู่บทสรุปได้อย่างสวยงาม
แต่จะพูดก็พูดเถอะ...บทโทจินี่...ถ้าไม่ใช่ผู้ชายที่โลเลได้น่ารักขนาดสึโย๋มาเล่นเนี่ย
บทหมอนี่คงจะเป็นบทที่น่ารังเกียจสิ้นดี
คิดดูสิ...โดนทิ้งมาอย่างแสบสันต์ ยังจะดั๊นมีใจกับแฟนเก่าได้ลงคอ
ทั้งๆที่นาโอะเธอก็ทั้งน่ารักแสนดีออกขนาดนั้น...
บอกตรงๆว่าถ้าไม่ใช่สึโย๋...ตะน็อคคงนึกอยากเบิ้ดกระโหลกตาโทจินี่หลายตลบ
โทจิเป็นผู้ชายที่อ่อนโยนแล้วก็ใจดี...แต่ความใจดีของโทจิก็ทำร้ายคนที่รักเขาให้ต้องเจ็บปวด
แต่ก็เกลียดโทจิไม่ลงจริงๆนะ...
โถ...ก็จะมีใครที่ไหนใจร้ายใจดำเกลียดคนที่ทำหน้าตาเหมือนลูกหมาถูกทิ้งแบบนี้ได้ลงคอกันล่ะ...
เห็นภาพนี้แล้วรู้สึกเข้าใจนาโอะจังมากมาย...
ก็น่ารักซะขนาดนี้...ใครจะอยากปล่อยให้หลุดมือไปล่ะคร้าบ...
(ชักอยากจะข้ามศพโคจังเพื่อชิงสึโย๋ซะแล้วสิเรา...
)
(ก็ลองดูดิ
...ไอคาตะข้าใครอย่าแตะเฟ้ย!!~By Koichi)
edit @ 15 Nov 2008 05:19:55 by tanok