ไม่มีอะไรทำเนาะ...เอาฟิค(มั้ง?) สั้นๆมาแปะค่ะ จากเรื่องบันทึกจอมโจรแห่งสุสาน ไม่มีคู่แพริ่งใดๆ 555 
 
เรื่องนี้ลิขสิทธิ์สัมพักพิมพ์สยามอินเตอร์ค่า ไปตามหาอ่านกันได้น้า สนุกมากกกกกกก
 
+++++++++++++++++++++++++++++
 
FIC บันทึกลับสุสานหลู่ซังหวัง
 
++++++++++++++++++++++++++++
 
สวัสดีทุกท่าน อย่าเพิ่งตกใจที่จู่ๆก็ได้อ่านบันทึกเล่มนี้ อย่ารีบด่วนขว้างทิ้งด้วย ข้ามีปัญญาเขียนได้ไม่กี่บรรทัดหรอก เพียงอยากบันทึกเรื่องราวเล็กๆไว้ เผื่อในอนาคตจะมีคนตอบข้อสงสัยของข้าได้บ้าง
 
เรื่องราวของข้าเป็นเรื่องที่ผ่านพ้นมาหลายพันปีแล้ว ตั้งแต่ยุคราชวงศ์โจวตะวันตก ก่อนตายข้าเป็นข้าราชการระดับสูงที่ได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้เป็นอย่างยิ่ง ข้าศึกษาเชี่ยวชาญด้านภาษาศาสตร์ เรียกได้ว่าแทบทุกภาษาบนผืนแผ่นดินใหญ่ ไม่มีภาษาไหนที่ข้าไม่รู้จัก ข้าถวายงานต่อฮ่องเต้ถึงสามรัชกาล และสิ้นอายุขัยลงอย่างสงบ
 
จริงๆข้าควรจะได้ไปผุดไปเกิดเป็นร้อยรอบพันรอบแล้วล่ะนะ ทว่าเพื่อนรักของข้าที่สนิทสนมกันมากกลับไม่อาจตัดใจได้ เขาจึงนำเอาสมบัติประจำตระกูลอันได้แก่เกราะหยกที่ลือกันว่ามีอำนาจวิเศษทำให้ผู้สวมใส่มีชีวิตเป็นอมตะมาสวมให้ข้าในวันบรรจุศพ
 
จริงๆมันก็เข้าท่าไม่เลว เพราะตลอดเวลาที่สวมเกราะไว้ข้าก็จะหลับไหล มีเพียงวันครบรอบ50ปีที่ผิวหนังข้าจะหลุดลอก เพื่อนรักของข้าก็จะมาหา ช่วยถอดชุดเกราะให้ข้า พาไปชำระร่างกาย จากนั้นเราจะนั่งพูดคุยสังสรรค์จนฟ้าเกือบสาง เขาจะสวมเกราะให้กับข้าอีกครั้งก่อนจะจากไป และข้าก็จะเข้าสู่นิทรายาวนาน
 
แต่อยู่มาวันหนึ่งก็มีคนบุกรุกเข้ามายังสุสานข้า คนพวกนั้นปล้นที่พำนักสุดท้ายของข้าพร้อมทั้งชุดเกราะหยก และนำร่างข้าไปใส่ไว้ในโลงใบใหม่ จริงๆข้าคิดว่าตัวเองจะได้ตายอีกรอบ ความรู้สึกตอนชุดเกราะหยกหลุดออกจากร่างก่อนเวลาอันควรนี่มันสุดบรรยายจริงๆนะ
 
แต่ก็เอาเถอะ ข้าไม่ได้ติดใจอะไรขนาดนั้น แค่อยากจะบอกพวกเขาว่าขอเวลาเขียนข้อความบอกเพื่อนข้าหน่อย หมอนั่นจะได้ไม่เปิดโลงเก้อ แต่เจ้าพวกนั้นไม่ฟังอะไรเลย จับข้ายัดโลงใหม่แล้วผนึกกลไกเสียแน่น ใจร้ายมาก! จะโยนหนังสือสักเล่มมาให้ข้าอ่านแก้เหงาก็ยังไม่มี
 
จากวันนั้นเวลาก็ผ่านไป ข้ามีแต่เพียงด้วงตัวน้อยเข้ามานัวเนียเป็นระยะ สีมันแดงสวยดีจนข้าอดเสียใจนิดๆไม่ได้ว่าตอนยังมีชีวิตไม่ได้เรียนภาษาแมลง ไม่งั้นคงพอเป็นเพื่อนสนทนากันได้
 
อยู่มาวันหนึ่งก็มีคนบุกรุกสุสานข้า...อ้อ!ไม่ใช่ กลายเป็นสุสานคนอื่นไปแล้วนี่นา จริงๆข้าก็ไม่คิดจะใส่ใจหรอก เพียงแต่เจ้าพวกนี้ใจดีเปิดปุ่มกลไกให้ข้าด้วย นอนในโลงนานๆมันก็เมื่อยขบ ก็ต้องอยากลุกออกไปยืดเส้นยืดสายเป็นธรรมดา ข้าก็เลยขยับตัวขึ้นดันฝาโลงเต็มแรง...
 
พฤติกรรมที่ตามมาของทีมโจรขุดสุสานทีมนี้ช่างตลกนัก เจ้าหนุ่มที่ใส่ชุดดำสะพายดาบเล่มใหญ่ทำเสียงอะไรบางอย่างในคอ มันช่างฟังดูไม่คล้ายภาษาไหนที่ข้าเคยได้ยินมาก่อน ด้วยความงุนงง ข้าจึงพยายามขยับโลงอีกครั้งเพื่อจะออกไปถามไถ่ แต่คงเพราะโลงถูกปิดมานานเกินไปถึงส่งเสียงแปลกๆออกมา
 
คราวนี้เจ้าหนุ่มนั่นกับทีมที่เหลือรีบคุกเข่าโขกหัวมาทางข้าเป็นการใหญ่ เจ้าหนุ่มนั่นยังคงส่งเสียงครืดๆเป็นระยะ เหมือนกำลังพยายามสื่อสารอะไรบางอย่างกับข้า แต่มันเป็นภาษาที่ฟังยังไงก็ไม่เข้าใจ ข้าจึงปล่อยมือจากฝาโลงกลับลงมานอนครุ่นคิด
 
เอ...หรือว่าข้าจะตายมานานเกินไป ภาษาบนโลกนี้มันถึงได้เปลี่ยนไปจนหมดแล้ว? ฟังยังไงก็ไม่ใช่ภาษาหนี่ว์เจิน ตงเชี่ย ปักกิ่ง แมนจู หรือภาษาใดๆที่ข้าเคยศึกษา ถ้าข้าโผล่ออกไปตอนนี้จะสื่อสารกับพวกเขาได้ไหม? ถ้าถามอะไรไปจะได้คำตอบหรือเปล่า?
 
ระหว่างที่นอนครุ่นคิดอยู่ คนกลุ่มนั้นก็แว่บออกไปจากห้องตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ได้ ข้าได้แต่ถอนใจเอนหลังลงนอนอีกรอบ กะว่าคราวนี้คงได้หลับยาวไปอีกนาน ที่ไหนได้ ผ่านไปแป๊บเดียวก็มีคนบุกรุกเข้ามาอีก คราวนี้เป็นตาแก่ท่าทางยังแข็งแรงไม่ใช่น้อย ทีมนี้พูดจาด้วยภาษาจีนปนภาษาต่างชาติ ข้าจึงดันฝาโลงลุกขึ้นมา กะว่าจะสนทนาด้วยสักหน่อย
 
ที่ไหนได้เจ้าพวกนั้นดันเปิดอ้าว พอจะตามไปก็พบว่าเจ้าหนุ่มชุดดำก็โผล่เข้ามาใหม่ โดยวิ่งไล่กวดผู้ชายอ้วนๆคนหนึ่งเข้ามา พอเห็นข้าก็ร้องว่า "แย่แล้ว!" ก่อนจะวิ่งหนีหาย
 
ข้าได้ยินภาษาจีนจากเจ้าหนุ่มนั่นเต็มสองหูทำให้ยิ่งหงุดหงิดและคาใจ ภาษาจีนดีๆก็มีให้พูดทำไมไม่พูดแต่แรกวะ? หรือไอ้ภาษาครืดๆนั่นเป็นภาษาหลัก? ถ้าไม่ส่งเสียงแบบนั้นจะไม่ยอมคุยกับข้าใช่ไหม?
 
ด้วยความโมโหข้าจึงรีบวิ่งตามไปพลางส่งเสียงครืดๆเลียนแบบหมอนั่นไปตลอดทาง...
 
หลังจากนั้นมันช่างเหมือนเกมวิ่งไล่จับ เล่นๆไปมันก็สนุกดี แต่ตอนสุดท้ายที่ข้าเกือบจะคว้าตัวเจ้าหนุ่มอีกคนในทีมได้ เจ้าหนุ่มชุดดำก็หันมาโช๊ะคอข้าเข้าให้... หัวกับตัวกลิ้งหลุนๆไปคนละทาง จากนั้นก็หิ้วหัวข้าไปด้วยเฉ๊ยยยยยย
 
"จริงๆแล้วเจ้าไม่ได้กลัวข้าเลยใช่ไหม?"
 
"แล้ววิ่งหนีข้าทำแป๊ะอะไร?"  
 
อยากถามใจจะขาดแต่ว่ากล่องเสียงข้าโดนตัดขาด จะส่งภาษาใบ้ก็ไม่มีมือ กลอกตาไปเจ้าหนุ่มนี่ก็ไม่ยอมสบตา แถมพลังอมตะของเกราะหยกบ้านี่ก็ดีเกินไปจริงๆ โดนขนาดนี้ข้าก็ยังไม่ตายอีกแน่ะ
 
จากนั้นก็เกิดอะไรขึ้นหลายอย่าง เจ้าหนุ่มนี่บีบคอฆ่าใครสักคนที่นอนอยู่ในเกราะหยก ด้วงน้อยที่แอบเกาะข้ามาเล่นงานคนในทีมนี้ด้วยความตกใจ ทุกคนหนีตายกันชุลมุน ปล่อยให้หัวข้านอนกลิ้งกลุกๆอยู่บนเตียงนี่
 
ด้วยความมานะ วิริยะ อุตสาหะ ข้าพยายามหากระดาษกับปากกามาจากข้าวของที่ร่วงหล่น แล้วคาบปากกาจดบันทึกข้อข้องใจของข้าในครั้งนี้
 
หากใครรู้ช่วยตอบข้าทีว่าเจ้าหนุ่มนั่นส่งเสียงครืดๆไปทำไม...
 
ลงชื่อ...ศพโลหิตที่หัวหลุดแบบไม่รู้อิโหน่อิเหน่
 
ป.ล. เผากงเต๊กให้ข้าด้วย สุสานข้าโดนเผาวอดวายกลายเป็นผีไม่มีที่สิงแล้ว
 
END

Comment

Comment:

Tweet

สนุกมากค่ะ อ่านไปหัวเราะไป นี่สินะความในใจของศพโลหิต!

#1 By ruk21us on 2015-08-19 10:42