ไปอ่านเจอจากเว็บนึง...อ่านแล้วของขึ้นกะทันหัน - -''

ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนที่เรียกตัวเองว่าเป็น "ครู" จะคิดอะไรแบบนี้ออกมาได้

ท่านบอกว่าภาษาการ์ตูนเป็นภาษาวิบัติ การเรียนเพื่ออ่านการ์ตูนเป็นเรื่องง่าย

ไม่ต้องรู้ภาษาญี่ปุ่นเท่าไหร่ก็อ่านได้แล้วเพราะมีภาพให้ดู คันจิก็มีให้ดู มีภาพประกอบ

ทั้งเดาทั้งมั่วก็สนุกได้...เรื่องนี้ขอผ่านไปคุยทีหลัง เพราะเรื่องนี้คงต้องคุยกันยาว

แต่เรื่องที่ท่านเป็นห่วงว่าคนอ่านที่ติดงอมแงมจะกลายเป็นอย่างไร

ดิฉันคิดว่าก็คงไม่ต่างกับคนที่ติดละครน้ำเน่างอมแงมหรอกค่ะ

ตราบใดที่คนดูละครน้ำเน่าไม่ลุกขึ้นมาร้องกรีดกราดไล่ตบชาวบ้านแบบไร้เหตุผล

คุณผู้ชายไม่เที่ยวไปลักพาตัวลูกสาวคนอื่นมาปล้ำแล้วบอกว่าทำไปเพราะรัก

คนการ์ตูนก็คงไม่ลุกขึ้นมาขับกันดั้มไปถล่มบ้านใครหรอกค่ะ - -''

ก่อนอื่น...ขอให้ทำความเข้าใจกับการ์ตูนหรือมังงะให้ดีๆเสียก่อนจะดีกว่า...

ดิฉันคิดว่าการ์ตูนหรือมังงะถือเป็นสื่อชนิดหนึ่งในญี่ปุ่น เช่นเดียวกับสื่อประเภทอื่น

และจัดเป็นสื่อที่ผู้รับสารสามารถทำความเข้าใจได้ง่าย เพราะมีรูปประกอบความเข้าใจ

สำหรับดิฉันแล้ว การ์ตูนหรือมังงะไม่ได้ต่างอะไรไปจากนิตยสารหรือหนังสือสักเล่ม

มีนิตยสารหรือหนังสือดีๆฉันใด...ก็มีนิตยสารโป๊เปลือยหนังสือปลุกอารมณ์เช่นเดียวกัน

การ์ตูนหรือมังงะก็เหมือนกัน

ถ้าคุณอยู่ญี่ปุ่น คุณจะได้เจอตั้งแต่การ์ตูนสอนประวัติศาสตร์ สอนศาสนา สอนการเมือง

สอนเรื่องราวธุรกิจ ไปจนถึงการ์ตูนสำหรับเด็ก การ์ตูนสำหรับสาวน้อยช่างฝัน การ์ตูนกีฬา

การ์ตูนสำหรับเด็กผู้ชาย การ์ตูนต่อสู้ ไปจนถึงการ์ตูนโป๊เปลือยที่มีไปจนถึงขั้นที่เรียกได้ว่าลามกจกเปรต...

อย่าได้มองโลกแคบๆโดยเหมาว่าคนที่ติดการ์ตูนหรือมังงะจะเป็นผู้ที่อาการน่าเป็นห่วงไปเสียหมดสิคะ

แน่นอนค่ะว่าคนที่อ่านแล้วอินจัด หายใจเข้าหายใจออกเป็นตัวการ์ตูนในเรื่องที่ตัวเองอ่านก็มีอยู่

แต่ดิฉันมั่นใจว่าแค่สื่ออย่างการ์ตูนไม่สามารถสร้างใครให้เป็นอาชญากรหรือโจรปล้นสวาทได้หรอกค่ะ

มันขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและครอบครัวของคนเหล่านั้นมากกว่า

เอาง่ายๆ...ถ้าคุณมีลูกมีหลาน และคุณให้ความใส่ใจเขาเพียงพอ ต่อให้เขาอ่านการ์ตูนทุกวัน

และติดมันงอมแงมแค่ไหน เขาก็ไม่มีวันที่จะไปทำตัวเป็นปัญหาสังคมหรอกค่ะ

อย่างที่เคยบอก...

ดิฉันไม่เคยเห็นคนคลั่งเบอร์เซิร์กคนไหน พยายามสังเวยคนอื่นเพื่อให้ได้ไข่เบเฮริท

แล้วก็ไม่เคยเห็นคนบ้าดรากอนบอลคนไหนออกเดินทางเพื่อตามหาดรากอนบอลสักที

สาวๆที่ชอบคำสาปฟาโรห์ก็คงไม่พยายามจะลงไปลอยคอในแม่น้ำไนล์

เพื่อจะไหลไปพบกับท่านเมมฟิสใช่ไหมล่ะคะ?

หรือถ้าจะมีจริงๆ อัตราส่วนที่จะเกิดขึ้นมันก็ช่างน้อยนิดเมื่อเทียบกับเรื่องอื่นๆ

แต่มันมักจะกลายเป็นข่าวดังขึ้นมาโดยสื่อที่ไร้ความรับผิดชอบ

จนบางทีก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ถ้าเกิดจับพลัดจับผลู...ดิฉันเกิดตกบันไดตายขึ้นมา

จะมีข่าวไหมว่าดิฉันได้รับอิทธิพลจากละครเวทีของโคจังเลยคิดเลียนแบบ?

เหมือนๆกับการที่มีเด็กสักคนฆ่าตัวตาย แล้วบังเอิญเด็กฟังเพลงเจร็อค

กรรมก็มักจะไปลงหัวฮิเดะซังอยู่เป็นนิจ...

ลืมตามองความเป็นจริงกันบ้างเถอะค่ะ ของแบบนี้มันขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลด้วย

การ์ตูนน่ะ คนอ่านส่วนใหญ่ก็รู้อยู่แล้วว่ามันเป็นการ์ตูน เป็นเรื่องที่แต่งขึ้น

ที่การ์ตูนทุกเล่ม(ลิขสิทธิ์)ก็จะเขียนกำกับไว้เสมอว่าตัวละครและเรื่องที่ปรากฎอยู่ในเล่ม

เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง ไม่เกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง

ซึ่งก็แน่นอนอยู่แล้ว...เพราะการ์ตูนส่วนใหญ่ที่เราๆท่านๆเสพอยู่นี่เป็นการ์ตูนที่เขียนมาเพื่อความบันเทิง

ไม่ใช่หนังสือข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์

ถ้าอยากได้ความจริงทางประวัติศาสตร์ ก็ไปอ่านหนังสือประวัติศาสตร์สิคะ

ที่พูดมาทั้งหมดทั้งสิ้นนี้ไม่ได้หมายความว่าดิฉันเห็นการ์ตูนเป็นสิ่งดีเลิศประเสริฐศรีไปเสียหมด

ยอมรับค่ะว่าการ์ตูนที่ไม่เหมาะสมก็มีอยู่

ก็เหมือนกับหนังสือดีกับหนังสือไม่ดีนั่นล่ะค่ะ

แต่การที่เราจะใช้หลักลอจิกประเภทตีขลุมไปซะทั้งหมดว่า การ์ตูนเป็นสิ่งไม่ดีนั่นก็ออกจะเกินไปนะคะ

มาที่เรื่องภาษาที่ใช้ในการ์ตูนกันค่ะ...

ยอมรับค่ะว่าภาษาการ์ตูนช่วงหลังมีภาษาวิบัติเยอะ

แต่สำหรับดิฉันแล้ว ภาษาการ์ตูนเป็นภาษาที่ตรงกับการใช้จริงของคนญี่ปุ่นที่สุด

ภาษาที่ยังไม่ตายจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงเสมอ

อย่างภาษาไทยเอง กว่าจะมาเป็นภาษาไทยที่พวกเราใช้ๆกันก็ผ่านการเปลี่ยนแปลงมาไม่ใช่น้อย

พวกคำแสลงตลอดจนภาษาวิบัติหลายๆคำที่เกิดขึ้น...

หลายๆคำกลายมาเป็นภาษาที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง

ในขณะที่หลายๆคำก็ล้มหายตายจากไปเมื่อเสื่อมความนิยม

ภาษาญี่ปุ่นเองก็เหมือนกับภาษาไทยนั่นล่ะค่ะ

มีทั้งคำแสลงและภาษาวิบัติที่เกิดขึ้น อยู่ยงคงกระพัน และล้มหายตายจากไปเช่นเดียวกัน

แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ใช่ไหมคะว่า ถ้าคุณไม่รู้คำแสลงหรือคำฮิตในช่วงนั้นคุณจะคุยกับคนอื่นไม่สนุก?

ลองนึกเวลาคนต่างชาติเรียนภาษาไทย...

คนที่เรียนตามตำราจะสามารถเข้าใจภาษาที่พวกเราใช้ในชีวิตประจำวันได้ไหมคะ?

เขาก็จะสามารถเข้าใจได้ในระดับหนึ่ง คือเข้าใจภาษาทางการ

แต่จะไม่มีวันเข้าใจหรือสนุกสนานกับเพื่อนคนไทยได้เลย

ตราบใดที่เขาไม่เรียนรู้ภาษาที่พวกเราใช้กันในชีวิตจริง

อ้อ...อย่าลืมนะคะว่าการ "รู้" กับการ "ใช้" มันต่างกัน

คุณไม่จำเป็นจะต้อง "ใช้" ในทุกสิ่งที่คุณ "รู้" ค่ะ

การเรียนภาษาเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และการแปลภาษายิ่งต้องการความละเอียดอ่อนมากขึ้นไปอีก

ระดับการใช้ภาษามีอยู่ในทุกประเทศ และการเลือกใช้ให้เหมาะสมก็เป็นสิ่งจำเป็นของผู้เรียนค่ะ

ดิฉันไม่ได้แนะนำให้ผู้ที่อ่านการ์ตูนญี่ปุ่นเอาคำว่า Ore - Omae ไปใช้พร่ำเพรื่อ

แต่คงจะเป็นการดีกว่าที่คุณจะรู้ว่าสองคำนี้แปลว่าอะไรและใช้อย่างไร

อย่างที่บอก... คุณไม่จำเป็นจะต้อง "ใช้" ในทุกสิ่งที่คุณ "รู้" ค่ะ

 สำหรับตัวดิฉันเอง...เวลาแปลงานดิฉันไม่ได้แปลตรงตัวไปเสียทั้งหมด

โดยเฉพาะพวกสรรพนามซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน

เอาง่ายๆ...ผู้หญิงญี่ปุ่นรู้สึกดีใจถ้าแฟนจะใช้คำว่า Omae กับพวกเธอ

เพราะมันแสดงถึงความสนิทสนม

ถามหน่อยว่าบ้านเราจะมีใครรู้สึกดีใจถ้าแฟนใช้คำว่า "มึง" กับคุณบ้าง?

ถ้ามาลองคิดดูแล้ว บ้านเราใช้คำว่า "มึง" เวลาด่าทอ

ในขณะเดียวกัน  เพื่อนฝูงที่สนิทกันก็มักจะเรียกหากันด้วยคำนี้ด้วย

คำๆเดียวกันมีนัยยะที่ต่างกันหรือไม่?

เพื่อนฝูงใช้คำๆนี้เพื่อแสดงถึงความสนิทสนม แสดงว่าเป็นพวกเดียวกัน

และมักใช้กับเพื่อนที่เท่ากันหรือคนที่ต่ำอาวุโสกว่า

แน่นอนว่าเวลาด่ากันคงไม่แฝงนัยยะแบบนี้แน่นอน

Omae ของญี่ปุ่นก็เช่นกัน

ที่จริงแล้วรากศัพท์ของคำๆนี้แปลว่า "เบื้องหน้า(ท่าน)"

ในกรณีเป็นสรรพนาม...เดิมทีใช้กับผู้ที่เหนือกว่า

ดูได้จากคำว่า 御前方、御前様 (ตัวหน้าเขียนด้วยฮิรางานะก็ได้น่อ)

ก็คงคล้ายๆกับสมัยพ่อขุนราม ที่คำว่ามึงกับกูไม่ได้เป็นคำหยาบคายแต่ประการใด

โดยส่วนตัว...งานแปลการ์ตูนไม่ใช่งานวิจัย ดังนั้นไม่ได้สนับสนุนให้เอาไปอ้างอิงในการเรียนรู้

และที่ตะน็อคเคยค้นข้อมูลเรื่องสรรพนามที่ใช้ในภาษาญี่ปุ่นเอาไว้ก็เพื่อเอามาแบ่งปันกัน

ในฐานะของคนที่แปลการ์ตูนว่าคำสรรพนามที่เคยเจอมามีอะไรบ้าง

และแต่ละคำแปลได้ประมาณไหน และมีเกร็ดปลีกย่อยอย่างไรบ้าง

ไม่ได้แนะนำให้ท่านเอาไปใช้ในชีวิตประจำวันแต่อย่างใด

ข้อมูลทั้งหมดผ่านการค้นคว้ามาพอสมควร ทั้งจากดิกฯญี่ปุ่น - ญี่ปุ่น 広辞苑 ฯลฯ

ดิฉันไม่ได้เป็นผู้ที่คร่ำหวอดในการศึกษาภาษาเก่า และไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน หรือผู้มีชื่อเสียง

แต่มีศักดิ์ศรีและความรับผิดชอบเพียงพอที่จะไม่ยกเมฆเสกเทียนให้ข้อมูลถูกๆผิดๆโดยไม่ศึกษาเสียก่อน

และไม่รังเกียจถ้าผู้ที่มีข้อมูลที่ดีกว่าและถูกต้องกว่า จะนำข้อมูลเหล่านั้นมาแบ่งปันกันเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง

ปัจจุบัน...เวลาแปลแล้วเจอเรื่องย้อนยุค จะพยายามหาข้อมูลอย่างมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

จะค้นทั้งดิกฯและอินเตอร์เน็ต ข้อมูลที่ได้มาจากทางเน็ตจะพยายามหาเทียบดูอย่างน้อย 2-3 ที่ให้ตรงกัน

พยายามที่สุดที่จะทำให้งานแปลทุกชิ้นของตัวเองมีคุณภาพ ถึงจะเป็นสิ่งที่หลายๆคนมองว่าเป็นแค่การ์ตูนก็เถอะ

ขอแถมท้าย...สำหรับผู้ที่ยังไม่เข้าใจว่าการแปลการ์ตูนมันยากอย่างไร

ลองหยิบการ์ตูนสักเรื่องขึ้นมา แล้วเขียนแปลออกมาเป็นภาษาไทยดูนะคะ

การอ่านการ์ตูนให้รู้เรื่องหรืออ่านให้เข้าใจมันไม่ยากหรอกค่ะ

แต่การถ่ายทอดออกมาให้คนอ่านเข้าใจ และเรียบเรียงให้สละสลวยสิคะ ไม่ได้ทำได้ง่ายๆเลย

ถ้าอยากรู้ว่าการแปลการ์ตูนยากขนาดไหน...ลองแปลการ์ตูนแคลมป์ดูนะคะ

ที่สุดของการใช้ภาษากำกวมแล้วล่ะค่ะ แปลพลาดไปนิดเดียวอาจจะทำให้ท่านตายตอนจบได้เลยทีเดียว

ถ้าเรื่องความยากของเนื้อหา...ตอนนี้ยกให้เรื่องฮานะฮานะของอ.นาริตะ มินาโกะค่ะ

การ์ตูนละครโนห์...ใครได้แปลคงโดนภูเขาข้อมูลทับตาย

เรื่องนี้ขอแค่อ่านพอค่ะ...ไม่หาญกล้าจะแปล

เช่นเดิมค่ะ..ยังขอเป็นกำลังใจให้ผู้ที่สนใจจะเป็นนักแปลทุกท่าน

และสำหรับผู้ที่ชอบพูดว่างานแปลการ์ตูนเป็นเรื่องง่ายๆ...

"คุณมีสิทธิอะไรที่จะดูถูกงานของคนอื่นคะ?"

edit @ 5 Jun 2009 11:56:45 by tanok

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

คุณผู้ชายไม่เที่ยวไปลักพาตัวลูกสาวคนอื่นมาปล้ำแล้วบอกว่าทำไปเพราะรัก

คนการ์ตูนก็คงไม่ลุกขึ้นมาขับกันดั้มไปถล่มบ้านใครหรอกค่ะ - -''

แอบฮาอ่ะครับพี่sad smile

ผมเข้าใจความลำบากของคนแปลดีฮะ
แต่คนแต่งภาพก็มีเรื่องลำบากเหมือนกันครับ
แถมจืดจางกว่าคนแปลอีกต่างหาก
บางทีเจอพวกแปลแย่ ต้องมานั่งเรียบเรียงใหม่เอง
แล้วก็ดันจบที่ว่า "คนแปลๆ ดีนะ"
........เล่นเอาพูดไม่ออก
แล้วความลำบากของตูล่ะฟะ...

(แค่อยากแอบบ่นน่ะงับมะมีอะไร เหอๆ)

#1 By soldevi on 2009-06-05 11:59

คนพูด(ที่เป็นครูคนนั้น)เองก็น่าเป็นห่วงเหมือนกันค่ะ @_@; ที่มีโลกทัศน์เพียงแค่นั้นแต่มีภาระยิ่งใหญ่ในการสอนเด็ก ส่วนตัวแล้วเป็นคนที่ติดการ์ตูนมาตั้งแต่เด็กและตามฝันมาจนได้ถึงนี่... การ์ตูนเองก็มีมากมายให้เลือกเหมือนอย่างที่จขบ.พูด คนอ่านก็เลือกอ่านได้ตามวัยและตามความสนใจ เหมือนอ่านนิยายเล่มนึงที่เราก็รู้อยู่แล้วว่าผู้ชายแบบนี้มันไม่มีในโลก T^T แล้วถ้าจะสอนเด็กโดยไม่ใช้การ์ตูนจะสอนกันยังไงดีคะ T^T เด็กสองขวบพ่อแม่บอกให้แปรงฟันก่อนนอนไม่แปรงหรอกค่ะ แต่ถ้าอันปังแมนบอกจะรีบไปแปรง... 5555 ^_^;

เป็นคนนึงที่ถึงแม้จะเรียนภาษาญี่ปุ่นมาแค่ไหน ให้ไปแปลการ์ตูนก็ไม่ใช่จะแปลได้ค่ะ ^_^ ต้องมีทั้งสำนวนดีๆ มีอารมณ์ขันและความเข้าใจในนิสัยของตัวละครด้วย ^_^ (แถมยังต้องรู้หลายๆเรื่อง) นับถือคนแปลการ์ตูนมากค่ะ ^_^ โดยส่วนตัวแล้วได้การ์ตูนในการช่วยเรียนภาษาไว้เยอะเหมือนกัน อย่างที่จขบ.พูดเลยว่าภาษาในการ์ตูนส่วนใหญ่เป็นภาษาที่ใช้พูดกันจริงๆ ไม่เหมือนในหนังสือเรียนเลยค่ะ ^_^

ป.ล. ก่อนแต่งงานสามีก็เรียก Omae เหมือนกันค่ะ (กรี๊ดๆ แอบชอบ) แต่แต่งงานแล้วได้ข่าวไม่กล้าเรียกแล้ว ^_^; หรือสถานะมันกลับกันกะทันหันไม่รู้นะคะ 555

#2 By Hayashi Kisara on 2009-06-05 12:05

ไม่มีอะไรไร้สาระหรอกค่ะ
มีแต่มีวามรู้มาก หรือน้อยเท่านั้น
ปุ๊กได้อะไรเยอะแยะจากงานแปลการ์ูตูนนี่แหละค่ะพี่ ได้ศัพท์แสง ได้เห็นวิธีการใช้ ที่เรียนมหาลัยสี่ปีปุ๊กไม่เคยเห็นมาก่อน หรือไม่เ้ข้าใจซะที พอได้มาแปล บอกได้เลยว่า โห ถ่องแท้อีกหลายๆ

สมัยที่เรียน อาจารย์ปุ๊กเค้าก็ไม่ค่อยชอบ เวลาที่เราเอาภาษาในการ์ตูนไปถาม เค้าทำเหมือนว่าเป็นเรื่องไม่สำคัญ ทำให้เค้าเสียเวลาเปล่าประโยชน์sad smile ทั้งที่จริงๆแล้ว มันเอามาสอนเด็กก็ยังได้ว่า เห็นมั้ย นี่คืออะไร นี่คือการใช้อย่างไร โดนอาจารย์ทำหน้าแบบนั้นใส่ เหมือนเอาของไร้สาระไปให้แกดูแล้วรู้สึกเสียใจค่ะที่ผู้ใหญ่ความ
คิดคับแคบจัง น่าเสียดายนะ

แปลกที่คนเป็นอาจารย์ ไหงดูถูกว่าการ์ตูนแปลง่าย... คงเป็นเพราะมีคนแปลบางส่วนด้วย ที่แปลส่งๆมั่วๆกะให้พอเสร็จๆ อ่านออกมาไม่ค่อยรู้เรื่องแถมภาษาไทยวิบัติ พออ่านเจอก็เลยเหมารวมว่าอ๋อการ์ตูนมันคงแปลกันง่ายๆล่ะสิ
ลองเอาคันตาเรร่าไปแปลมั้ยจ๊ะ หุๆ

ส่วนมากปุ๊กมักจะได้การ์ตูนที่มีเรื่องแนวๆประวัติศาตร์ แนวการเมืองนิดหน่อยมาด้วย ก็ทำให้เราต้องหาข้อมูลให้รู้เรื่องประกอบการแปล ไม่งั้นแปลผิดไปมันก็ไม่ดีอ่ะค่ะ เวลาทำงานก็อยากจะแปลให้ออกมาดีที่สุด เป็นสำนวนที่สละสลวยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เดี๋ยวนี้เวลาอ่านการ์ตูนไทย ยังนึกเสมอว่า นี่ถ้าแปลไทยออกมายังงี้ ภาษาญี่ปุ่นมันจะยากแค่ไหนนะ? มันจะซับซ้อนแค่ไหนนะ?

ขอบคุณพี่แก้วค่ะสำหรับคำแนะนำเรื่องการแปลทุกอย่าง (จุ๊บๆ) มาทำตรงนี้ก็รู้เลยว่า งานแปลละเอียดกว่าที่คิด ไม่ใช่แค่ทำส่งๆ เพราะคิดว่าได้ค่าแปลหน้าละไม่กี่บาท เงินอาจไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุดแล้วค่ะ อยากทำให้ออกมาดีมากกว่า คนอ่าน อ่านแล้วฟีดแบคมาดี รู้เรื่อง เราก็ดีใจนะพี่และสัญญาว่าจะตั้งใจทำงานต่อไป

ดังนั้น ท่านไหนสนใจจะมาเป็นคนแปลการ์ตูน คิดใหม่ได้เลยค่ะ การ์ตูนน่ะ แปลยากและตื่นเต้นกว่าแปลเอกสารเป็นไหนๆ หุๆ
อย่าดูถูกอะไรที่ไม่เคยสัมผัส อย่าเหมารวมอะไรง่ายๆเพราะบางอย่างก็ไม่ง่ายอย่างที่คิดหรอกค่ะ

#4 By nuinthelewen on 2009-06-05 12:52

ยืนยันอีกเสียง ว่าการแปลการ์ตูนเป็นศาสตร์อย่างหนึ่ง เวลาที่เรารักมันแล้วก็อยากทำให้มันออกมาดี ไม่เคยคิดดูถูกการแปลการ์ตูนเลย เวลาเรียนมาอย่างนึง เวลามาแปลจริงๆ ไม่เหมือนที่เรียนเลย ต้องมาค้นคว้า หาข้อมูล ถามผู้รู้ใหม่หมด บางอย่างอิงประวัติศาสตร์หรือคน หรือสถานที่จริง ก็ต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อจะได้ไม่ผิดพลาด มันต้องมีหลายอย่างจริงๆ

การเป็นครูแล้วมองอะไรแคบๆ สอนเด็กแบบแคบๆ รู้สึกว่าน่าตลกนะ... ไม่รู้ครูได้มาลองแปลดูบ้างหรือเปล่า ก่อนที่จะคิดดูถูกสิ่งที่หลายๆคนทุ่มเทกับมันมากมายน่ะ

ขอบคุณพี่แก้วเช่นกันฮับ ที่ทำให้ได้เข้ามารู้จักกับสิ่งนี้ ได้ทำมัน (แม้ว่าจะทำไม่ค่อยทัน... และทำไม่ค่อยดีเท่าไหร่) big smile

#5 By ★InSilence★ on 2009-06-05 13:03

Hot! ไม่ได้อ่านประเด็นอะไรประมาณนี้นานแล้วแฮะ

การ์ตูนก็เป็นสื่ออย่างหนึ่ง เหมือนกับหนังสือ หรือภาพยนตร์ ไม่อยากจะให้สังคมกีดกันก่อนที่จะพยายามทำความเข้าใจเลย angry smile บางที คนเราก็ชินกับการใช้ "อคติ" ตัดสินสิ่งที่ตัวเองมอง แล้วก็เหมารวมอย่างมันไม่ดีไปซะหมดซะอย่างงั้น..

เป็นกำลังใจให้นักแปลทุกท่านต่อไปนะคะbig smile

#6 By Sp@rk on 2009-06-05 13:41

มายกมืออีกเสียงว่าการ์ตูน (บางเรื่อง)แปลยากจริงๆ ค่ะ เพราะบางทีก็ต้องค้นข้อมูลมากมายเพื่ออ่านเป็นแบล็กกราวน์ในการแปล

ส่วนตัวได้ประสบการณ์และความรู้มากมายจากการอ่านและแปลการ์ตูนทุกวัน เพราะบางคำบางเรื่องในหนังสือก็ไม่สอนจริงๆ

Hot!

#7 By dajirin on 2009-06-05 17:51

Hot! Hot! Hot!
มาให้ดาว

คิดถึงพี่แก้วนะคะ

#8 By Mercutery on 2009-06-05 17:51

ยิ่งเป็นโทโฮนี่เรียกได้ว่ามีแต่ตัวหนังสือ
ไม่มีอะไรอย่างอื่นอีกแล้ว ไม่มีภาพประกอบ ไม่มีเนื้อหาส่วนอื่นมาช่วยให้เข้าใจ ไม่มีตัวละครใดพูดถึงในภายหลัง
มีแต่ตัวหนังสือที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้น ถ้าแปลผิด ก็พลาดเลย sad smile
มันยากจริงๆนะ OTL

#9 By เซเบอร์คุง on 2009-10-27 18:29