เพิ่งดูจบไปตะกี้...
สารภาพตามตรงว่าตอนแรกที่หยิบเรื่องนี้มาดู กะแค่จะดูแมวมี๊เท่านั้น
เพราะเท่าที่เคยเห็นภาพตัวอย่างมา แมวช่างน่ารักเหลือใจ แถมยังมีเคนคุงเล่น
โอย...จะอดใจไม่ดูยังไงไหว
แต่ถึงจะพูดอย่างงั้น...กว่าจะได้ฤกษ์หยิบมาดูก็ทิ้งช่วงซะนาน...
แถมตอนดูก็ไม่มีซับเป็นตัวช่วย...ไม่ใช่ไม่มีซับนะ แต่ที่ตะน็อคมีมันเป็นซับจีนอ่า...
เค้าอ่านไม่อ๊อกกกกกก!!!~
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในช่วงปิดเทอมหน้าร้อน เมื่อเด็กหนุ่มจำนวน 4 คนไม่ยอมกลับบ้านกลับช่อง
แต่เลือกที่จะอยู่ที่หอพักของโรงเรียนที่เปรียบเสมือนเนเวอร์แลนด์ ดินแดนสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการเป็นผู้ใหญ่
เด็กหนุ่มทั้ง 4 คนประกอบด้วย
1. ฮิชิคาวะ โยชิคุนิ (อิมาอิ สึบาสะ)
2. โยดะ มิทสึฮิโระ (มิยาเกะ เคน)
3. ชิโนฮาระ คันจิ (มุราคามิ ชินโง)
4 . อิวาทสึกิ ชิเงฮิสะ (ทานากะ โคคิ)
ในตอนแรก ทั้ง 4 คนไม่ค่อยถูกกันนักนอกจากโยชิคุนิกับมิทสึฮิโระ เพราะสองคนนี้ตั้งกฎในการอยู่ร่วมกันว่าจะไม่ก้าวก่ายในเรื่องส่วนตัวของอีกฝ่าย
โยชิคุนิเป็นเด็กหนุ่มเนื้อหอม สาวๆพากันรักกันหลงไม่ผิดอะไรกับดารา แต่โยชิคุนิมีแฟนอยู่แล้วชื่อ ฮิโรโกะ
มิทสึฮิโระเป็นนักเรียนดีเด่นแต่ค่อนข้างมีความเป็นส่วนตัวสูง ไม่ชอบให้ใครเข้ามาวุ่นวาย
คันจิเป็นจอมโผงผางโวยวายสมเป็นหนุ่มคันไซ ปากไวและไม่ค่อยคิด ชอบยุ่งเรื่องคนอื่นเป็นที่สุด ยิ่งเมื่อตอนหลังได้คู่หูจอมจุ้นอย่างเซโตะ โอซามุ( อิคุตะ โทมะ)ก็ยิ่งไปกันใหญ่
อิวาทสึกิเป็นหนุ่มน้อยร่างกายอ่อนแอที่รักการถ่ายภาพเป็นชีวิตจิตใจ ไปไหนมาไหนพร้อมกล้องไลก้าคู่ชีพเสมอ
ทั้งสี่คนเริ่มใช้ชีวิตเด็กหอที่อยู่ภายใต้การดูแลของอาจารย์วากาบะที่โดนเหล่าลูกศิษย์จอมจุ้นตั้งสมญาให้ว่า "แม่มด"อย่างขาดๆเกินๆตามประสาเด็กหนุ่มๆ
เรื่องราวจะค่อยๆเผยปริศนาของเด็กๆแต่ละคนว่า ทำไมพวกเขาถึงเลือกจะอยู่ที่หอมากกว่าจะกลับบ้านไปอยู่กับครอบครัวอย่างเด็กคนอื่นๆ...
โยชิคุนิเคยโดนชู้รักของพ่อลักพาตัวไปและเกือบโดนฆ่า ความกลัวในครั้งนั้นกลายเป็นความฝังใจ และเป็นภาพหลอนที่คอยทรมานโยชิคุนิตลอดเวลา เนื่องจากเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ครอบครัวร้าวฉาน พ่อกับแม่เย็นชาต่อกัน เมื่อบ้านไม่เป็นบ้านอีกต่อไป เขาจึงเลือกที่จะไม่กลับบ้านแต่หลบมาอยู่ที่หอพักแทน
มิทสึฮิโระไม่มีทั้งพ่อและแม่ เนื่องจากทั้งคู่ชิงฆ่าตัวตายไปในตอนที่เขาอายุสิบกว่าๆ ในตอนนั้นโยชิคุนิถึงได้รู้ว่าแม่ของตัวเองที่แท้แล้วเป็นเมียน้อยของพ่อ และพ่อของเขามีภรรยาหลวงอยู่แล้วชื่อเคย์โกะ และเคย์โกะได้รับเป็นผู้ดูแลมิทสึฮิโระและกดขี่ทำร้ายจิตใจมิทสึฮิโระทุกทาง นัยว่าเป็นการเอาความแค้นจากการถูกหักหลังโดยสามีตัวเองและแม่ของมิทสึฮิโระมาลงที่ตัวมิทสึฮิโระทั้งหมด มิทสึฮิโระพยายามหนีจากเคย์โกะด้วยการไม่กลับบ้าน
คันจินั้น ดูในตอนแรกเหมือนไม่น่าจะเป็นเด็กมีปัญหา แต่เมื่อดูไปสักพักจะพบว่าครอบครัวของคันจิเองก็กำลังจะแตกแยก เพราะพ่อกับแม่ของคันจิกำลังจะหย่าร้าง และกำลังทะเลาะกันเพื่อแย่งชิงตัวคันจิไปอยู่ด้วย
อิวาทสึกิก็ดูเหมือนจะไม่มีปัญหาอะไรนอกจากร่างกายที่อ่อนแอจากโรคหัวใจ แต่อิวาทสึกิเองก็มีเหตุผลที่ไม่อยากกลับบ้าน เพราะที่บ้านเขามีพี่ชายที่แทบจะเรียกได้ว่าเพอร์เฟค ทั้งสุขภาพแข็งแรง เรียนเก่ง เป็นความหวังของพ่อแม่ ในขณะที่ตัวอิวาทสึกิเองนอกจากการถ่ายภาพแล้วไม่มีความสามารถอื่นที่พอจะเทียบกับพี่ชายของตัวเองได้เลย
เซโตะ โอซามุ(อิคุตะ โทมะ) รายนี้ไม่ใช่นักเรียนหอ แต่มาปั้นจิ้มปั้นเจ๋อที่หอเป็นประจำ แถมท้ายที่สุดก็มาสิงถาวรที่หอไปเลย จริงๆแล้วบ้านของโอซามุอยู่ไม่ห่างจากหอ แต่ที่บ้านไม่มีใครเลยชอบมาแจมกับที่หอบ่อยๆ และสุดท้าย...เจอผีหลอกเลยมาอยู่ที่หอมันซะเลย...
ดูตอนแรก...บอกตรงๆว่ารำคาญคันจิสุดๆ
พูดก็มาก แถมพูดอะไรไม่คิด ทำให้เรื่องที่แย่อยู่แล้วแย่ลงไปกว่าเิดิม
ตัวโอซามุเองก็เป็นลูกคู่ที่น่าตบหัวไม่หยอก เพราะไม่เคยคิดถึงเรื่องอะไรควรไม่ควรบ้างเลย
แต่เมื่อเรื่องราวดำเนินไป ปัญหาต่างๆแสดงตัวออกมาก็รู้สึกว่าสองคนนี้เป็นสีสันของเรื่อง
อย่างตอนที่โอซามุเล่าเรื่องผีที่เค้าเห็นที่บ้าน สาเหตุของการเห็นผี แล้วก็ความกลัวของเค้า...
มันทำให้รู้สึกสงสารจับใจ...
หรืออย่างเรื่องของอิวาทสึกิ...อันนี้ไปในเชิงชวนอึ้ง
แต่ก็ไม่ใช่ว่าเข้าใจไม่ได้
ปัญหาครอบครัวของคันจิตลอดการตัดสินใจของคันจิ...ทำให้นึกรักคันจิขึ้นมา
ปัญหาของมิทสึฮิโระ...จุดจบของปัญหาที่น่าเศร้า จนตะน็อคเสียน้ำตาไปหลายปี๊บ...
เรื่องราวของโยชิคุนิ...การหนี...การตัดสินใจ...
ชอบการเล่าเรื่องจากความคิดและมุมมองของโยชิคุนิ ที่พูดว่าพวกเขาแต่ละคนต่างก็หนีจากปัญหาต่างๆมาซ่อนตัวอยู่ที่เนเวอร์แลนด์ ไม่ต้องการจะเป็นผู้ใหญ่
ถ้าดูจากตอนแรกเราจะรู้สึกว่าเด็กๆกำลังหนีจริงๆ ทั้งโยชิคุนิและมิทสึฮิโระที่เหมือนจะมีปัญหาและบาดแผลทางจิตใจมากกว่าใครเพื่อน ต่างปิดตัวอยู่ในโลกของตัวเอง ไม่ยอมให้ใครเข้ามาแตะต้องเรื่องส่วนตัวที่เปรียบเสมือนบาดแผล เหมือนสัตว์บาดเจ็บที่พร้อมจะขู่ใส่ใครก็ได้ที่เข้ามาใกล้...
แต่ด้วยนิสัยอ่อนโยน ใจดี และเป็นห่วงเป็นใยคนอื่นของโยชิคุนิ ทำให้ความสัมพันธ์เริ่มเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น
จากเดิมที่ต่างคนต่างเจ็บ แต่ละคนก็เริ่มจะปรับตัวเข้าหากัน รู้จักปลอบโยนพึ่งพากันและกัน และเป็นเพื่อนที่สามารถเป็นกำลังใจให้กันและกันได้
จากเนเวอร์แลนด์...ดินแดนที่ในตอนแรกเริ่มเป็นที่หลบภัย ที่ๆหนีปัญหา กลับกลายมาเป็นที่รักษาบาดแผล เติมกำลังใจให้แต่ละคนในการที่จะก้าวไปข้างหน้า...
ชอบประโยคของโยชิคุนิที่พูดกับพ่อของตัวเอง หลังจากที่พ่อหันมาถามว่าโยชิคุนิจะบอกให้พ่อกับแม่หย่ากันงั้นเหรอ
แล้วโยชิคุนิตอบว่า "คิดว่าจะมีลูกคนไหนอยากให้พ่อกับแม่แยกทางกันอย่างงั้นเหรอ? แต่ครอบครัวของเรามันมาถึงที่สุดแล้ว" "ผมอยากให้แม่ยิ้มได้เหมือนในสมัยก่อน..." "ปลดปล่อยแม่ให้เป็นอิสระเถอะ...แล้วก็ให้อิสรภาพกับผมและน้องด้วย..."
หรือจะประโยคของอาจารย์แม่มดที่พูดกับพ่อแม่ของคันจิที่มาเยี่ยมลูก แล้วคุยเรื่องหย่ากัน คันจิต่อต้านโดยการขังตัวเองอยู่บนห้อง ทำให้แม่กับพ่อบ่นประมาณว่านึกว่าโตแล้วนะ แล้วอาจารย์พูดว่า "วัยนี้น่ะ ถึงแม้ร่างกายจะเติบใหญ่ แต่จิตใจยังคงอ่อนเยาว์แล้วก็เปราะบาง เป็นวัยที่เจ็บปวดได้ง่ายที่สุด"
หรือจะความสัมพันธ์ของมิทสึฮิโระกับแม่เลี้ยง...
โอย...คันปากอยากสปอยล์
แต่ขอเล่าแค่นี้ดีกว่า เผื่อใครอยากจะไปดูเอง ไม่งั้นเดี๋ยวไม่ซึ้ง...
สำหรับตะน็อคแล้ว...คิดว่านี่เป็นดราม่าอีกเรื่องนึงที่น่าดูคับ
ข้อเสียของเรื่องนี้มีเพียงเรื่องเดียว...
แมวน่ารักกว่านางเอกง่ะ...เข้าฉากสวีททีไรนึกว่ากำลังดูคู่ยูริทุกทีเลย
ให้ตายเถอะโรบิ้น
แถมในเรื่องนี้ มีหลายจุดที่ดูแล้วเหมือนจะชี้ความสัมพันธ์ระหว่างมิทสึฮิโระกับโยชิคุนิ ว่าเป็นอะไรที่ "พิเศษ"
จริงๆแล้วถ้าเจออะไรแบบนี้ปกติจะรีบจิ้นวายทันทีตามสัญชาตญาณ...
แต่เรื่องนี้จิ้นบอดจริงๆเจ้าค่ะ...ดูยังไง๊ยังไงก็เห็นเป็นลูกหมาตัวสั่นบุรุๆ กับลูกแมวมี๊ๆขดตัวกลมๆอยู่ด้วยกัน
ดูแล้วน่ารักน่าอุ้มเป็นที่สุด...
หลายๆฉากนี่...ดูแล้วอดยื่นมือไปลูบหัวโยชิคุนิคุงแถวหน้าจอไม่ได้...น่าเอ็นดูสุดใจขาดดิ้น
มิทสึฮิโระก็น่าร๊าก...เป็นลูกหมาขี้ระแวง แต่ก็ขี้เหงาขี้อ้อน... โอย...น่ารัก
ถึงเนื้อหาดราม่าจะค่อนข้างหนักซักนิด...แต่ความน่ารักช่วยได้เย้อ...5555
ดูเรื่องนี้แล้วรับรองว่า จะได้แง่คิดที่ดีๆกลับไป ไม่เป็นการเสียเวลาเปล่าแน่นอนคับ
edit @ 10 Oct 2007 22:55:48 by tanok
edit @ 11 Oct 2007 07:15:23 by tanok
)