ชอบอ่านการ์ตูนกันมั้ยคับเพื่อนๆ?
เคยอ่านการ์ตูนไปแล้วน้ำตาไหลเผาะๆ หรืออ่านๆไปแล้วลงไปขำกลิ้งกลุกๆอยู่กับพื้นกันมั่งมั้ย?
เอาน่า...เรื่องธรรมดาจะตายไป การ์ตูนเองก็เปรียบได้กับหนังสือดีๆเล่มนึงนั่นแหละ เวลาเราได้อ่านหนังสือดีๆ หนังสือที่เราประทับใจ จะออกอาการกันมั่งก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรซะหน่อย(ตราบใดที่ไม่ได้อยู่ในที่สาธารณะอ่ะนะ ^^'' )
ที่สำคัญ...การ์ตูนน่ะ ให้อะไรได้มากมายนะคับ ขอเพียงแต่อ่านให้เป็น ต่อให้คุณอ่านการ์ตูนโป๊ คุณก็ยังได้อะไรซักอย่างจากการ์ตูนที่คุณอ่านอยู่ดี (แต่อย่าเอาข้อนี้ไปอ้างกะผู้ใหญ่ที่บ้านน๊า ตะน็อคยังไม่อยากโดนจัดระเบียบสังคม)
แต่ก่อนจะมาเป็นการ์ตูนให้เราอ่านกันอย่างสนุกสนาน มันมีขั้นตอนการจัดทำที่ยุ่งยากไม่เบาเชียวล่ะ นับตั้งแต่นักเขียนที่ต้องวางพล็อต หาข้อมูล เสนอเรื่อง ฯลฯ วุ่นวายซะจนไม่น่าเชื่อว่ากว่าจะออกมาเป็นเรื่องให้เราอ่านกันเนี่ย บุคคลในขั้นตอนการผลิตที่ว่ามาแทบจะลงไปชักดิ้นชักงอตายกันวันละหลายๆหน
ใครไม่เชื่อก็ตามใจคับ แต่ตะน็อค...ในฐานะคนที่เป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนการผลิตแบบปลายๆแถวขอยืนยันในคำพูดของตัวเอง
และก็เพราะเคยหัวฟูกับเรื่องตรงนี้มาแล้ว ก็เลยอดจะแง่งๆใส่คนที่ชอบพูดไปเรื่อยว่าการ์ตูนเป็นเรื่องเด็กๆ การ์ตูนเป็นเรื่องไร้สาระ การ์ตูนเป็นฯลฯ(ที่แย่ๆ) ไม่ได้...
โดยเฉพาะความรู้สึกที่เคยได้ยินมาเต็มๆรูหูตัวเองว่า "งานแปลการ์ตูนน่ะ จะแปลยังไงก็ได้...ไม่ต้องพิถีพิถันมากมาย เป็นงานสบายๆไม่ต้องซีเรียสเหมือนการแปลงานอื่นๆ"
โอ๊ย~ฟังแล้วปวดใจ...(><)
อยากจะเดินไปบอกคนพูดจริงๆว่า respect งานของคนอื่นหน่อยเถอะคับ เรารักงานของเรา และทุ่มเทกับงานแปลทุกชิ้นให้ออกมาดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ เราอาจจะยังไม่ได้ข้ามไปแปลงานที่ได้ชื่อว่ายากเย็นชนิดต้องเข็นขึ้นหิ้ง แต่เราเชื่อว่าถ้าสักวันที่เราได้ขึ้นไปทำงานแบบนั้น ความทุ่มเทที่เรามีให้ก็จะไม่ต่างไปจากการแปลการ์ตูนที่เราทำอยู่นี่เลย
ถึงเราจะเป็นแค่คนแปลต๊อกต๋อย แต่เราก็ respect งานทุกชิ้นที่ตัวเองได้รับมา และรู้สึกว่าเราต้องพยายามถ่ายทอดสิ่งที่อาจารย์คนวาดต้องการจะสื่อออกมาให้ได้มากที่สุด และรักษาอรรถรสของเรื่องราวเอาไว้ให้มากที่สุดเท่าที่เราจะมีปัญญาจะทำได้...(ถึงปัญญาเราจะต่ำเตี้ยเรี่ยดินก็ตามที - -'')
ดังนั้น.....สิ่งที่จะเขียนต่อไปนี้ไม่ใช่การตีแผ่(ตะน็อคทำได้แค่นอนแผ่...) เพียงแต่อยากจะแบ่งปันประสบการณ์งานแปลให้เพื่อนๆอ่านกัน เผื่อใครสนใจจะมาเป็นคนแปลการ์ตูนบ้าง หรือเพื่อนๆที่เป็นนักแปลอยู่แล้วก็เข้ามาคุยกันนะค้าบ
มีอะไรจะเสริมหรือจะแนะนำตะน็อคก็เชิญนะค้าบ รับรองว่าไม่กัด ตะน็อคเชื่องแล้ว~...^^

เอาล่ะ...ก่อนอื่นเรามาเริ่มกันที่เรื่องพื้นฐานสุดๆกันก่อน
คนที่จะเป็นคนแปลได้นั้นต้องมีความรู้ด้านภาษาเป็นอย่างดี...อย่างน้อยก็ 2 ภาษาล่ะเอ้า!! อย่างแรกก็คือภาษาต้นฉบับ แล้วก็ภาษาที่เราจะแปลออกมา ในกรณีของคนแปลการ์ตูนญี่ปุ่น ก็ต้องรู้ภาษาไทยกับภาษาญี่ปุ่นนั่นเอง
ว่าแต่...เราควรจะรู้ภาษาถึงระดับไหนล่ะ? ถึงจะสามารถแปลการ์ตูนได้ดี...
บางสำนักพิมพ์กำหนดระดับของคนแปลเอาไว้ที่มาตรฐานของการสอบวัดระดับความรู้ภาษาญี่ปุ่นประมาณระดับ 2 บางแห่งก็ระดับ 1 ซึ่งก็ต่างกันไปตามถนัด
แต่สำหรับตะน็อค...ถ้าคุณสอบได้ระดับ 3 แต่ขวนขวายศึกษาเพิ่มเติม และสามารถเข้าใจในเรื่องที่คุณกำลังจะแปลเป็นอย่างดี รวมทั้งมั่นใจภาษาไทยของตัวเองพอสมควรเท่านั้นก็เพียงพอแล้วล่ะคับ
เพราะตะน็อคเริ่มแปลงานครั้งแรกก็ตอนเรียน Jap.II และสอบผ่านระดับ 3 แบบเฉียดฉิวเท่านั้นแหละ
เพราะงั้น...ตะน็อคขอเริ่มจากระดับ 3 ก็แล้วกันนะคับ ^^
สิ่งแรกที่ควรจะทำหลังจากตัดสินใจว่าอยากจะแปลการ์ตูนก็คือ ไปหาการ์ตูนแบบต้นฉบับญี่ปุ่นมาอ่าน
แล้วคุณก็จะพบว่า โอ้~ง่ายดายปานปอกกล้วยเข้าปาก อ่านแล้วเก็ทหมดเรยว่าใครทำอะไรที่ไหนยังไง ใครบอกให้ใครไปทำอะไร และเรื่องดำเนินไปยังไงบ้าง...
แต่ว่าช้าก่อนสหายเอ๋ย...อย่าเพิ่งด่วนใจเร็วคิดว่าเราสามารถแปลได้แล้วแน่ๆ
เคยได้ยินคำว่า iceburg มั้ยคับ?
เปล่า...มันไม่ใช่ลูกอม แต่มันหมายถึงภูเขาน้ำแข็งที่มียอดติ๊ดเดียวโผล่พ้นน้ำ แต่ฐานที่ซ่อนไว้ข้างล่างอาจจะใหญ่โตมโหรทึกปานตึก30ชั้นก็เป็นได้
งานแปลก็เหมือนๆกันแลท่าน...
ดังนั้นเพื่อเป็นการตรวจสอบฐานของภูเขาน้ำแข็งที่ว่า เราควรจะลองเขียนแปลมันออกมาเป็นภาษาไทยดูซักรอบ...
แปลแบบที่เราคิดว่าดีที่สุดเหมือนเราจะส่งงานให้ทางสำนักพิมพ์เค้าพิจารณานั่นแหละคับ
เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็เอามานั่งอ่านดู...ขัดเกลาสำนวนตามใจชอบ จากนั้นก็ให้เริ่มเล็งหาผู้เคราะห์ร้าย...อันได้แก่เพื่อนฝูงเรานั่นเอง
ส่งทั้งต้นฉบับและบทแปลให้เพื่อนช่วยอ่าน ขั้นตอนนี้เราต้องปล่อยให้เค้าอ่านไปเงียบๆนะคับ ไม่ต้องไกด์ไลน์แนวเรื่องให้เค้าหรอก คิดซะว่าเค้าเป็นคนอ่านที่ซื้อการ์ตูนเราไปน่ะ
เมื่อเค้าอ่านจบแล้วก็ให้ถามเค้าว่าอ่านรู้เรื่องมั้ย? อ่านแล้วสะดุดๆรึเปล่า? สำนวนเป็นไงมั่ง? ซึ่งถ้าเค้าตอบกลับมาว่าโอเคทุกอย่างก็เชิญเดินหน้าลุยสมัครงานแปลโลดคับ แต่ถ้าเพื่อนยังบอกว่ามีอะไรที่ควรแก้ไขก็กลับไปพิจารณาแก้ซะนะคับ รักจะพัฒนาตัวเองต้องอย่าเซลฟ์จัด อย่าลืมว่าเวลาเราแปลงานออกมาแล้วคนอ่านเค้าอ่านไม่เข้าใจเนี่ย ปัญหาอยู่ที่เรานะคับ (ยกเว้นในกรณีการ์ตูนบางเรื่อง ที่แม้แต่เจ้าของภาษาอ่านเองยังไม่เข้าใจเองเลย เอิ้ก....)
คิดง่ายๆ...ถ้าเราซื้อการ์ตูนมาซักเล่มแล้วอ่านไม่รู้เรื่องเนี่ย เรารู้สึกยังไง...
พยายามอย่าให้ความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นกับคนซื้อการ์ตูนที่เราแปลไปอ่านนะคับ
กฏง่ายๆของการแปลก็คือ ต้องแปลให้คนอ่านๆรู้เรื่องและได้อรรถรสของต้นฉบับเท่าที่เราจะทำได้
เป็นต้นว่าแปลการ์ตูนเศร้า...อย่าให้มันออกมาให้เป็นตลกเชิญยิ้ม
แปลการ์ตูนตลก....อย่าให้มันออกมาเป็นการ์ตูนเครียด
และขณะเดียวกัน ก็อย่าตีไข่ใส่สีลงไปในเรื่องที่แปลซะจนโอเว่อร์ ถ้าเค้าเขียนว่าให้นางเอกตบหน้าพระเอกก็อย่าไปแปลว่านางเอกไปตีเข่าหรือเตะผ่าหมากพระเอกเข้านะคับ ^^'' ยกเว้นว่ามันเป็นมุขเดี่ยวๆที่เน้นฮาและไม่มีอะไรเกี่ยวเนื่องกับเนื้อหาหลักๆของเนื้อเรื่อง รวมทั้งไม่ทำให้คาแรกเตอร์ของตัวละครเปลี่ยนไปน่ะ

เอาล่ะ...ติ๊ต่างว่าเราผ่านการคัดเลือก เข้ามาเป็นนักแปลการ์ตูนได้เรียบร้อย เราควรจะทำอะไรมั่ง?
แน่นอนว่าต้องรับงานแปลซิคับ ^^''
หลายคนสงสัยว่าเราสามารถเลือกเรื่องที่เราอยากแปลได้หรือไม่? อันนี้ก็แล้วแต่สำนักพิมพ์คับ บางแห่งอนุญาตให้เลือก บางแห่งก็ไม่... ลองถามเค้าดูก็ได้ หรือจะแจ้งเค้าไปว่าเราถนัดแปลแนวนี้ หรืออยากแปลแนวนี้ก็น่าจะโอเค
แต่ถ้าอยากแปลเรื่องที่มีคนแปลอยู่แล้ว...อันนี้อาจจะยากซักนิด ต้องขึ้นอยู่กับคนแปลเดิมว่าเค้าจะว่ายังไง แต่ปกติแล้วถ้าไม่ใช่สุดวิสัยจริงๆ จะไม่ค่อยมีการเปลี่ยนคนแปลกันง่ายๆหรอกมั้งคับ เพราะสำนวนการแปลและอะไรต่อมิอะไรมั่นค่อนข้างจะยุ่งพอสมควร
เรื่องการรับงานแปลต่อจากคนแปลเดิมนี่ จะขอแยกเอาไปไว้คราวหน้านะคับ ^^

เมื่อรับงานมาแล้ว ควรทำยังไงต่อ?
ก่อนอื่น...ถามทางสำนักพิมพ์ทุกครั้งถึงเดดไลน์ในการส่งงาน พยายามส่งงานก่อนเดดไลน์ หรือไม่ก็ให้ทันเดดไลน์นะคับ โดยเฉพาะถ้างานแปลของคุณเป็นพวกรายสัปดาห์ แต่ถ้ารวมเล่มก็อาจจะต่อชีวิตไปได้อีกนิด แต่ก็ไม่เลทได้เป็นดีคับ ^^
ตะน็อคพยายามรักษาเดดไลน์ของรายสัปดาห์และรายเดือนสุดชีวิต แต่แบบรวมเล่ม...บ่อยครั้งที่เลทคับ ^^'' นี่เป็นนิสัยที่ไม่ดีนะจ๊ะ โปรดอย่าเอาเยี่ยงอย่าง...
มาต่อกันที่หลังจากรู้เดดไลน์เรียบร้อยแล้ว...
ขั้นแรก...อ่านงานที่เราจะต้องแปล 1 จบ แบบรวดเดียวไม่ต้องเปิดดิกฯ จากนั้นหลับตา ทำความเข้าใจกับเรื่องที่เราอ่านไป จับภาพรวมๆก่อนว่ามันเป็นเรื่องแนวไหน ตลก เศร้า ซึ้ง หรืออ่านแล้วอึ้งกิมกี่...
จากนั้นนึกภาพตัวละครหลักๆ จับภาพรวมๆให้ได้มากที่สุดว่าแต่ละตัวนิสัยยังไง สุภาพเรียบร้อยเป็นผ้าพับไว้ หรือทะลึ่งตึงตัง
แล้วจากนั้นก็ย่อยเรื่องโดยรวมว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร ต้องมีการหาข้อมูลอะไรเพิ่มเติมเป็นพิเศษมั้ย เป็นต้นว่าถ้าคุณแปลเรื่องแนววิทยาศาสตร์ คุณอาจจะต้องหาความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เอาไว้บ้าง หรือถ้าคุณแปลเรื่องราวย้อนยุค คุณอาจจะต้องไปอ่านข้อมูลประวัติศาสตร์เพื่อประกอบการแปล ขั้นตอนนี้เป็นสิ่งสำคัญนะคับ เพราะมันจะแสดงว่าคุณใส่ใจกับงานของคุณแค่ไหน อย่าเพิ่งคิดว่ามันยุ่งยาก เพราะอาจารย์คนเขียนน่ะ เค้าลำบากในการหาข้อมูลกว่าคุณเยอะเลย อย่างน้อยเค้าต้องวางโครงเรื่องจากศูนย์ ในขณะที่คุณมีจุดเริ่มต้นแล้วว่าคุณกำลังจะค้นหาเรื่องอะไร
ยอมเสียเวลาซักนิด แต่คุณจะได้อะไรมากกว่าที่คุณคิด อย่างน้อยก็ได้ความรู้มาเป็นของแถมล่ะคับ ^^
จากนั้น...ที่ขาดไม่ได้ก็คือดิกฯดีๆซักหลายๆเล่ม หรือถ้าใครถนัดดิกฯไฮเทคก็ไม่ว่ากัน ส่วนตัวตะน็อคหลงรักดิกฯเล่มหนาปึ้กของ progressive ใช้มานานตั้งแต่สมัยเรียนจนตอนนี้เปิดหาศัพท์ทีแทบจะหลุดออกมาเป็นชิ้นๆ - -'' ดิกฯคันจิมี 2 เล่ม คือของโคดันฉะรุ่นเก๋ากึ๊กเหลืองกรอบ กับคันจิแบบญี่ปุ่น-ญี่ปุ่นไว้หาตัวอักษรพิสดารพันลึกเกินกว่าที่โคดันฉะจะบรรจุเอาไว้ในดิกฯสำหรับผู้เริ่มเรียน มีดิกฯญี่ปุ่น-ญี่ปุ่นอีกเล่มนึงไว้กันเหนียว สำหรับศัพท์ที่ไม่มีในดิกฯ progressive และอินเตอร์เน็ตสำหรับการหาศัพท์ที่นอกเหนือจากที่บรรจุไว้ในดิกฯ 4 เล่มที่ว่ามา
เรียบร้อยแล้วก็ลงมือแปลได้...
ลุย!!!

//ต่อคราวหน้านะค้าบ ^^